พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบการรื้อแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่ชายแดนบ้านท่าเส้น จังหวัดตราด เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙ ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ดำเนินการวางไว้เพื่อกำหนดแนววางกำลัง (Troop Deployment Line) เพื่อควบคุมพื้นที่ตามข้อตกลงร่วม (Joint Statement) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ นั้น
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ พบว่ากลุ่มบุคคลที่ทำการรื้อถอนแนวรั้วลวดหนามเป็นชาวสัญชาติจีน ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยได้ทำการรื้อแนวรั้วบางส่วนเพื่อต้องการเข้าไปนำทรัพย์สินของตนออกจากอาคารร้านค้าบริเวณแนวลวดหนามนั้น ทั้งนี้เมื่อทางฝ่ายทหารได้ตรวจพบ จึงเข้าไปยับยั้งและให้หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดดังกล่าว จากการสอบถามในเบื้องต้นไม่พบเจตนาใดๆ ที่จะละเมิดการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลการ และส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมพื้นที่ด้านความมั่นคงของรัฐ จึงได้ตักเตือนและทำความเข้าใจกับชายชาวจีนกลุ่มดังกล่าว
นอกจากนี้ ฉก.นย.ตราด ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที ดำเนินการผลักดันบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงแนวรั้วลวดหนามให้กลับสู่สภาพเดิมและมั่นคงขึ้นโดยเร็ว เพื่อคงไว้ซึ่งความชัดเจนของแนววางกำลังและความต่อเนื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มั่นทางทหาร ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
กองทัพเรือยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบข้อตกลงร่วมระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการตาม Joint Statement ที่ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกันไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงเสถียรภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน